การสัญจรทางอากาศเกือบทั่วภูมิภาคยุโรปยังเป็นอัมพาตต่อเนื่องในวันอาทิตย์ ขณะบางประเทศสั่งห้ามบินต่อเนื่องถึงวันจันทร์แล้ว หลังกลุ่มเมฆเถ้าภูเขาไฟยังคงแพร่กระจาย ผู้โดยสารหลายล้านคนได้รับผลกระทบ อุตสาหกรรมการบินสูญวันละกว่า 200 ล้านเหรียญฯ สายการบินดัตช์-เยอรมันลองเสี่ยงบินผ่านฉลุย
วิกฤติปัญหาสภาพอากาศสืบเนื่องจากภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งไอยัฟยัลลาโยคุลของไอซ์แลนด์ระเบิดพ่นเถ้าถ่านรอบที่ 2 ตั้งแต่วันพุธที่แล้ว ยังคงไม่คลี่คลายแม้ล่วงเข้าวันที่ 5 ในวันอาทิตย์ โดยมีประมาณ 20 ประเทศในยุโรปที่ยังคงห้ามทำการบินในวันนี้ และบางชาติ เช่น ฝรั่งเศสและอิตาลี ประกาศยกเลิกเที่ยวบินในพื้นที่ทางเหนือของตนจนถึงวันจันทร์แล้ว
การยกเลิกเที่ยวบินในหลายประเทศครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสารตกค้างตามสนามบินต่างๆ หลายล้านคนทั่วโลก และถือเป็นวิกฤติที่สร้างความปั่นป่วนแก่การบินยุโรปครั้งเลวร้ายที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และรุนแรงยิ่งกว่าวินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐ โดยสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไอเอทีเอ) ประเมินว่าสายการบินต่างๆ กำลังสูญเสียรายได้วันละประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ยูโรคอนโทรลที่ควบคุมประสานการจราจรทางอากาศใน 38 ประเทศ เผยว่า เฉพาะวันเสาร์ที่ผ่านมาทั่วยุโรปยกเลิกเที่ยวบินแล้วประมาณ 17,000 เที่ยว จากปกติ 22,000 เที่ยว หลังจากเมื่อวันศุกร์ก็มีการยกเลิกเที่ยวบิน 17,600 เที่ยว จาก 28,000 เที่ยว
คำสั่งห้ามบินที่เริ่มบังคับใช้ในประเทศทางตอนเหนือและตอนกลางของยุโรปตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว ซึ่งมีทั้งปิดน่านฟ้าทั้งหมดหรือปิดสนามบินสำคัญบางแห่ง เกิดขึ้นเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นเถ้าภูเขาไฟที่ประกอบด้วย อนุภาคหิน, ทรายและแก้ว ที่อาจทำให้เครื่องยนต์ของเครื่องบินเสียหายร้ายแรงหรือส่งผลต่อลำตัวเครื่อง
นักวิทยาศาสตร์เตือนด้วยว่า เมฆเถ้าภูเขาไฟที่ลอยตัวผ่านชั้นบรรยากาศระดับสูงที่ 6-11 กม. อาจรวมตัวหนาแน่นขึ้นในวันอังคารและวันพุธ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มอันตรายต่อการบิน แต่ก็คาดว่าจะส่งผลในพื้นที่แคบๆ อย่างไรก็ดี พายุจากแอตแลนติกและการเปลี่ยนทิศทางของกระแสลมกรดในวันพฤหัสบดีน่าจะช่วยให้เมฆสลายตัวได้ เมื่อวันเสาร์ สายการบินกลุ่มเคแอลเอ็มจากเนเธอร์แลนด์ได้ทดลองนำเครื่องหลายลำขึ้นบินทดสอบที่ระดับความสูงปกติที่ 10 กม. โดยลำหนึ่งคือโบอิ้ง 737 ได้บินแตะระดับสูงสุด 13 กม. เหนือท้องฟ้าดัตช์ด้วย และไม่พบปัญหาระหว่างการบิน ขณะที่ลุฟต์ฮันซาของเยอรมนีได้ส่งเครื่องบิน 10 ลำ บินจากแฟรงก์เฟิร์ตไปยังมิวนิก โดยบินไต่ถึงระดับ 8 กม. ก็ไม่พบปัญหาระหว่างการบินหรือในการตรวจสอบเมื่อเครื่องลงจอด
ภูเขาไฟลูกนี้เริ่มปะทุน้อยลงในวันเสาร์ โดยความสูงของเถ้าที่พ่นออกมาลดระดับลงอยู่ที่ 5-8 กม. แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การปะทุอาจเกิดต่อเนื่องอีกหลายวันหรือกระทั่งอีกหลายเดือน "ภูเขาไฟแต่ละลูกแตกต่างกัน และกับลูกนี้เราไม่มีประสบการณ์กับมันมากนัก เพราะการระเบิดหนล่าสุดนั้นเกิดเมื่อ 200 ปีก่อน" เบิร์กโธรา ธอร์บยาร์นาร์ดอตเทียร์ นักธรณีฟิสิกส์จากสำนักอุตุนิยมวิทยากล่าว
บรรดาผู้ที่ต้องเดินทางซึ่งไม่สามารถขึ้นเครื่องบินได้ ต่างหันไปจับรถไฟ, รถบัสหรือเรือโดยสาร ผู้ให้บริการรถไฟข้ามช่องแคบยูโรสตาร์ เผยว่า ไม่เคยเจอผู้โดยสารมากเท่านี้มาก่อน และตั๋วถูกจองเต็มถึงวันจันทร์แล้ว การกำหนดเขตห้ามบินยังทำให้บรรดาผู้นำประเทศต้องเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง หลายคนเช่น ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีต้องยกเลิกการเข้าร่วมพิธีศพอดีตประธานาธิบดีเลก คาชินสกี ของโปแลนด์ในวันอาทิตย์.
|