หน้าแรก หน่วยงาน บุคลากร งานวิจัย เอกสารวิชาการ กระบวนวิชา กิจกรรม โครงการ อาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ KQI SAR เว็บเมล์ มน. ค้นหา เข้าระบบ  

   โครงการวิจัย
ค้นหาโครงการวิจัย
โครงการวิจัยทั้งหมด
โครงการวิจัยที่คนเข้าบ่อย
โครงการวิจัยเด่น

   แยกสังกัด/ปีงบประมาณนี้
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร
ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร
ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

   ตัวบ่งชี้คุณภาพ KQI
เงินวิจัยภายนอก (29)
เงินวิจัยภายใน (30)
บทความวิจัย (31)
วิจัยที่ใช้ประโยชน์(32)



  โครงการวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ หน้าแรก  ค้นหา แนะนำ  

การสะสมโลหะหนักของพันธุ์ไม้ในป่าเต็งรังบริเวณานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงเพื่อ ประยุกต์ใช้ในการบำบัดมลพิษทางดิน
Heavy metal accumulations in tree species of dry dipterocarp forest a Thung Salaeng Luang National Park for soil restoration application.

หัวหน้าโครงการ ผศ.ดร.เสวียน เปรมประสิทธิ์
หน่วยงาน ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
แหล่งสนับสนุนงานวิจัย งบประมาณแผ่นดิน ปี พ.ศ. 2547
ระยะเวลาดำเนินการ 1 ตุลาคม 2546 - 30 กันยายน 2547



รายชื่อนักวิจัย

  1. ผศ.ดร.เสวียน เปรมประสิทธิ์ (หัวหน้าโครงการ)

รายการเงินงบประมาณ

  1. พ.ศ.2547   เป็นเงิน  150,000.00 บาท
 

วัตถุประสงค์โครงการ

(1) เพื่อศึกษาถึงโครงสร้างของป่าเต็งรังในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
(2) เพื่อศึกษาถึงความต้องการและการดูดใช้ธาตุต่างๆ ในพันธุ์ไม้แต่ละชนิด
(3) เพื่อศึกษาถึงการสะสมของธาตุต่างๆ ในพันธุ์ไม้แต่ละชนิด
(4) เพื่อศึกษาถึงคุณสมบัติของดินในป่าแต่ละชนิด
(5) เพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสังคมพืชกับคุณสมบัติของดิน
(6) เพื่อที่จะนำพันธุ์ไม้ที่สะสมโลหะหนักมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดมลพิษทางดิน

ลักษณะโครงการ

ป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นแม่น้ำที่สำคัญสำหรับพื้นที่ของภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างตั้งแต่จังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี ฯลฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ
ชนิดพันธุ์ไม้ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีความหลากหลายสูง เนื่องจากปกคลุมไปด้วยป่าหลายชนิดด้วยกัน ประกอบไปด้วย ป่าดิบเขา (ไม้ใหญ่ 26 ชนิด ไม้เล็ก 15) ป่าดิบชื้น (ไม้ใหญ่ 30 ชนิด ไม้เล็ก 7) ป่าดิบแล้ง (ไม้ใหญ่ 23 ชนิด ไม้เล็ก 24) ป่าเบญจพรรณ (ไม้ใหญ่ 25 ชนิด ไม้เล็ก 10) ป่าเต็งรัง (ไม้ใหญ่ 16 ชนิด ไม้เล็ก 12) ป่าสนเขา (ไม้ใหญ่ 7 ชนิด ไม้เล็ก 4) และป่าทุ่ง (ไม้ใหญ่ 2 ชนิด ไม้เล็ก 4) (กรมป่าไม้, 2533) ซึ่งพันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่นั้นจะมีการปรับตัวให้สามารถขึ้นในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น ลักษณะดิน ความสูงจากระดับน้ำทะเล ความชื้น เป็นต้น
พื้นที่การปกคลุมของป่านั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่ทำให้การกระจายของสังคมป่าชนิดต่างแตกต่างกัน เช่น ลักษณะของดิน หิน ความชื้น ภูมิอากาศ เป็นต้น พื้นที่ปกคลุมของป่าชนิดต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีดังนี้ 1. ป่าดิบ (ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง) มีพื้นที่ปกคลุม 32.2 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อุทยานฯทั้งหมด 2. ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง มีพื้นที่ปกคลุม 37.5 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อุทยานฯทั้งหมด 3. ป่าสนเขา มีพื้นที่ปกคลุม 5.3 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อุทยานฯทั้งหมด 4. ป่าทุ่งหญ้า Savana มีพื้นที่ปกคลุม 1.6 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อุทยานฯทั้งหมด (กรมป่าไม้ 2533)
การศึกษาถึงส่วนประกอบทางเคมีในเชิงปริมาณธาตุต่างๆในต้นไม้นั้นส่วนใหญ่จะมุ่งศึกษาในวงจำกัดเฉพาะธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช คือ ธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรอง (macro- and micro elements) นักวิจัยบางท่านกล่าวว่ามีธาตุอีกหลายธาตุที่จำเป็นต่อขบวนการทางชีวเคมีของพืช อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาหรือค้นพบ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการศึกษาและจำนวนธาตุอาหารรองที่จำเป็นต่อขบวนการทางชีวเคมีของพืช ในปัจจุบันนี้จำนวนชนิดพืชที่มีการศึกษาเพียง 300 ชนิด เท่านั้นจากจำนวนพืชทั้งหมด 300,000 ชนิด และจำนวนรายการธาตุที่พืชต้องการก็จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น Ni เพิ่มเป็นธาตุอาหารรองในปี พ.ศ. 2535 (Perry, 1994)
การกระจายของพันธุ์ไม้แต่ล่ะชนิดนั้นจะมีความสัมพันธ์กับสภาพสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น ดิน ภูมิอากาศ ฯลฯ Ogawa et al., (1961) ได้สำรวจและจำแนกสังคมพืชป่าเต็งรังในประเทศไทยพบว่า สังคมไม้เต็ง-ไม้รัง เป็นป่าที่มีความแห้งแล้งที่สุด มักพบในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ผิวดินมีหินโผล่มาก เป็นหินทราย หินแกรนิต ดินเป็นดินลูกรังมีปริมาณกรวดและทรายมาก สังคมไม้เหียง-ไม้พลวง พบในพื้นที่ที่มีความลาดชันไม่มาก มีสภาพภูมิอากาศชื้นกว่าไม้เต็ง-ไม้รัง ดินลึก เนื้อดินร่วนปนทราย
การสะสมธาตุต่างๆของพืชจะแตกต่างกันในแต่ล่ะชนิด มีนักวิจัยบางท่านได้ศึกษาถึงการสะสมและการดูดใช่ธาตุต่างๆ Breulman et al., (1996) ได้ศึกษาป่าเขตร้อนที่รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย พบว่า Gluta oba สะสมธาตุ Ba, Mallotus spp. สะสมธาตุ Mn Allantospermum borneense สะสมธาตุ Co, Koilodepas laevigatum สะสมธาตุ Ca, Sr และ Co, Memecylon spp. สะสมธาตุ Al นอกจากนี้ Pampasit (1998) ได้ศึกษาการสะสมธาตุต่างๆของพืชในป่าดิบเขาที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าพืชตระกูลถั่ว Albizzia odoratissima, Dalbergia floribunda และ Entada phaseoloides สะสมธาตุไนโตรเจน และ Aporusa villosa (Euphorbiaceae) สะสมธาตุ P, Mg, Mn และ Al
การสะสมโลหะหนักของพันธุ์ไม้แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ดังนั้นในปัจจุบันมีปัญหาสารพิษตกค้างในดินมากและไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้นการใช้ต้นไม้บำบัดรักษาดินเป็นที่มีมลพิษจึงจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง การศึกษานี้จึงมีความมุ่งหมายที่จะนำพันธุ์ไม้ที่สะสมโลหะหนักมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดมลพิษทางดิน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1) ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ จะแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของพันธุ์ไม้และโครงสร้างของป่าชนิดต่างๆบริเวณรอยต่อระหว่างภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่จะชี้ให้เห็นถึงความอุดมสมบรูณ์และศักยภาพของป่าแต่ละชนิดในบริเวณดังกล่าว
2) ข้อมูลการสะสมโลหะหนักของพันธุ์ไม้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดมลพิษทางดิน
3) ข้อมูลที่ได้จะทำให้ทราบถึงความต้องการและการดูดใช้ธาตุต่างๆของพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆในป่าแต่ละชนิด ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลใหม่สำหรับการศึกษาถึงความต้องการธาตุต่างๆของพันธุ์ไม้แต่ล่ะชนิดในบริเวณเขตร้อนของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการศึกษาถึงขบวนการทางชีวะเคมีของพืชต่อไป
4) ข้อมูลการสะสมของธาตุต่างๆในพันธุ์ไม้แต่ละชนิด นั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเลือกพันธุ์ไม้ที่จะใช้ปลูกเพื่อดูดซับธาตุที่เป็นพิษ (Pb, Ni, Hg etc.,) ที่ตกค้างในดินหรือแหล่งเสื่อมโทรมอื่นๆ
5) ข้อมูลคุณสมบัติของดินจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของป่าชนิดต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับการวางแผนการใช้ที่ดินในป่าและการจัดการป่าชนิดต่างๆ นอกจากนี้ข้อมูลคุณสมบัติของดินจะชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างดินกับพืชในสภาพสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ต่างกัน



    โดยความอนุเคราะห์จาก www.agri.cmu.ac.th