|
|
การประเมินผลผลิตทางดินในระยะยาวและการสูญเสียการกักเก็บธาตุอาหารจากผลกระทบของการใช้สารเคมีปราบวัชพืชและการถางเผาแบบเข้มข้นฯ (งบแผ่นดิน ปี 2551) Assessment of long-term soil productivity and loss of nutrient retention as affected by herbicide and intensified slash and burn practices under upland farming system in Lower Northern Thailand
กลุ่มวิจัย- กลุ่มวิจัยสารเคมีทางการเกษตรและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
รายชื่อนักวิจัย- ผศ.ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ (หัวหน้าโครงการ)
- รศ.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ (นักวิจัยร่วม)
- รศ.ดร.เสวียน เปรมประสิทธิ์ (นักวิจัยร่วม)
รายการเงินงบประมาณ - พ.ศ.2551 เป็นเงิน 300,000.00 บาท
| |
|
|
วัตถุประสงค์โครงการ 1. เพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและการถางเผาแบบเข้มข้นต่อสถานภาพการกักเก็บธาตุอาหารในดินและศักยภาพในการผลิตด้านด้านเกษตรของดิน ในระยะยาว
2. เพื่อตรวจสอบปริมาณการสะสมของสารเคมีกำจัดวัชพืชที่สะสมและเคลื่อนย้ายในส่วนต่างๆ ของพืช ภายใต้ระบบการเพาะปลูกในสภาพปัจจุบัน
3. เพื่อกำหนดตัวชี้วัดที่เหมาะสมในการประเมินศักยภาพในการผลิตด้านด้านเกษตรของดินในระยะยาว (Long-term soil productivity index)
ลักษณะโครงการ เป็นการศึกษา เพื่อทดสอบสมมติฐาน เกี่ยวกับการปนเปื้อนในดินและการเคลื่อนย้ายของสารเคมีกำจัดวัชพืช (พาราควอท และ ไกลฟอเสท) เข้าสู่และสะสมในส่วนต่างๆ ของพืช ภายใต้พื้นที่ไร่เลื่อยลอยแบบถาง-เผา และมีสภาพการผุพังอยู่กับที่ของดินในระดับสูง
สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น พาราควอท หรือ ไกลฟอเสท ที่ถูกดูดยึดไว้ด้วยอินทรีย์วัตถุในดินและอนุภาคของดินเหนียว อาจเป็นปัจจัยหลักในการควบคุมความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก (CEC) และความสามารถในการอุ้มน้ำในดิน โดยเฉพาะพาราควอทจะถูกดูดยึดไว้กับอนุภาคของดินเหนียวด้วยพันธะที่รุนแรง (strongly bound) ทำให้พื้นที่ผิวของอนุภาคดินเหนียวลดความสามารถในการแลกเปลี่ยนธาตุอาหารประจุบวกที่เป็นเบส (basic cation) เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และโปแทสเซียมได้น้อยลง ดังนั้นการใช้สารกำจัดวัชพืชอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ยาวนาน อาจส่งผลถึงความสามารถในการกักเก็บธาตุอาหารและการปลดปล่อยธาตุอาหารจากอนุภาคดินเพื่อให้รากของพืชเศรษฐกิจนำไปใช้ประโยชน์ได้ และส่งผลกระทบถึงศักยภาพด้านผลผลิตทางการเกษตรของดินในระยะยาวลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ที่มีสภาพการผุพังอยู่กับที่ของดินในระดับสูง ส่งผลให้ปริมาณของแร่ดินเหนียวชนิด kaolinite อาจมีมากกว่า 60% จึงทำให้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น พาราควอท หรือ ไกลฟอเสท ที่ถูกดูดยึดไว้กับอนุภาคของดินเหนียวด้วยพันธะอย่างหลวมๆ (loosly bound) อาจส่งผลให้สารเคมีกำจัดวัชพืชเหล่านี้ถูดปลดปล่อย และปนเปื้อนในดิน แล้วเคลื่อนย้ายเข้าสู่และสะสมในส่วนต่างๆ ของพืชได้ ดั้งนั้นสมมติฐานของโครงการศึกษามีดังต่อไปนี้
1. การใช้สารกำจัดวัชพืชและการถางเผาพื้นที่เพาะปลูกอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ยาวนาน ส่งผลให้ความสามารถในการกักเก็บธาตุอาหารและการปลดปล่อยธาตุอาหาร ในดินลดลงรวมทั้งทำให้ศักยภาพด้านผลผลิตทางการเกษตรของดินในระยะยาวลดลงตามไปด้วย
2. การใช้สารกำจัดวัชพืชอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้เกิดความเป็นพิษตกค้างต่อพืชที่เพาะปลูก
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. องค์ความรู้ด้านความสัมพันธ์ระหว่างการถูกดูดซับของสารกำจัดวัชพืชโดยคอลลอยด์ดิน (อินทรีย์วัตถ์และแร่ดินเหนียว) และความสามารถในการกักเก็บและปลดปล่อย ธาตุอาหารในดินภายใต้ระบบการเกษตรแบบไร่เลื่อนลอย
2. ฐานข้อมูลและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางดิน ภายใต้การเกษตรบนที่ดอน ที่ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและการถางเผาแบบเข้มข้นเป็นระยะเวลายาวนาน โดยผลักดันให้เกิดการนำผลจากการวิจัยไปสู่ชุมชนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
3. ความตระหนักและเข้าใจของ เกษตรกร เจ้าหน้าที่ด้านการเกษตร และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและการถางเผาแบบเข้มข้นเป็นระยะ เวลายาวนาน ที่จะส่งผลต่อระบบนิเวศดินในสภาพปัจจุบัน |
|
|